Mar
15
2016

1

1

Comments Off
Feb
12
2016

.

.

Comments Off
Dec
25
2015

.

.

Comments Off
Jun
07
2015

การขนส่งทางเรือยังคงเติบโตจากภาคการส่งออกฟื้นตัวและการค้าชายแดนคึกคัก

การขนส่งทางน้ำนับว่าเป็นการขนส่งที่มีต้นทุนต่ำที่สุด โดยสามารถขนส่งในปริมาณที่มากในคราวเดียวกัน ดังนั้น การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของไทยจึงเป็นการขนส่งทางน้ำหรือทางทะเลเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 88.8 ของการขนส่งระหว่างประเทศทั้งหมด อย่างไรก็ดี การขนส่งทางน้ำภายในประเทศยังไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควร โดยมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 15.2 ของการขนส่งภายในประเทศทั้งหมด ทั้งนี้ เนื่องจากการขนส่งทางถนนเข้ามามีบทบาทเพราะมีความสะดวก และรวดเร็วในการขนส่งมากกว่า

ภาพรวมของธุรกิจขนส่งทางน้ำ]คาดว่า จะเติบโตตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยมีปัจจัยหนุนได้แก่ การฟื้นตัวของการส่งออก การปรับตัวขึ้นของดัชนีค่าระวางเรือ (BDI Index) และการขยายตัวของการค้าชายแดนจากการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ที่ช่วยสนับสนุนกิจกรรมการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ ในขณะที่การขนส่งทางน้ำภายในประเทศทั้งการขนส่งทางลำน้ำ และทางชายฝั่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าจับตามองสำหรับผู้ประกอบการ เนื่องเป็นวิธีการที่สามารถประหยัดต้นทุนในการขนส่งสินค้า ซึ่งจะเป็นการลดต้นทุนรวม อันจะเป็นการสร้างศักยภาพในการแข่งขันได้ โดยการขนส่งทางน้ำภายในประเทศยังคงมีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากประเทศไทยมีแม่น้ำภายในประเทศที่มีศักยภาพ ซึ่งไหลผ่านในย่านเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับพื้นที่ชายฝั่งทะเลทางใต้ และทางตะวันออกของไทยที่สามารถพัฒนาให้เกิดความเชื่อมโยงของระบบการขนส่งทางน้ำระหว่างภาคตะวันออกและภาคใต้

โดยสรุป การขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ และภายในประเทศยังมีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาให้เติบโตได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งทางน้ำภายในประเทศที่มีสัดส่วนที่ต่ำ แต่ยังคงมีประเด็นท้าทายจากปัญหาโครงสร้างทางด้านคมนาคมทางน้ำของไทยที่ยังขาดการพัฒนาอยู่หลายด้าน

การขนส่งทางน้ำนั้นเป็นการขนส่งที่ต้นทุนต่ำและสามารถขนถ่ายได้แต่ละครั้งด้วยจำนวนที่มากก็จริง แต่ก็มีประเด็นที่ผู้ใช้บริการต้องคำนึงถึงหลายประเด็นด้วยกัน โดยประเด็นใหญ่ๆ คือเรื่องของเวลาที่ใช้ในการเดินทางของเรือที่ล่าช้าและไม่แน่นอน อาจเกิดปัญหากับสินค้าที่เปลี่ยนสภาพง่าย สินค้าที่ขนส่งทางน้ำได้จึงค่อนข้างจำกัด ประเด็นเรื่องของปริมาณในการขนส่งแต่ละเที่ยวซึ่งมากกว่าการขนส่งโดยรถบรรทุกกว่า 100เท่า หากเกิดความเสียหายกับสินค้าก็จะเกิดในปริมาณที่มากกว่านั่นเอง นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาท่าเรือที่จะขนถ่ายและเรือที่ใช้ว่าสามารถเทียบท่าได้หรือไม่อีกด้วย ดังนั้น ผู้ต้องการใช้บริการขนส่งทางน้ำจะต้องพิจารณาประเด็นต่างๆ ให้ครบถ้วนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่จะตามมาจากการขนส่ง เกิดเป็นค่าใช้จ่ายที่มากกว่าต้นทุนที่ลดลงจากค่าขนส่งที่ได้

Comments Off
Apr
28
2015

รูปแบบการขนส่งสินค้าทางเรือในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลง

รูปแบบการขนส่งสินค้าทางทะเลในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากบริษัทเดินเรือ ซึ่งเกือบ 90-95% เป็นของบริษัทข้ามชาติได้มีการปรับรูปแบบการให้บริการเป็นลักษณะ Intermodal Transport ที่เรียกว่า “เรือขึ้นบก” คือ ผสมผสานประเภทขนส่งเชื่อมต่อทางเรือร่วมกับ การขนส่งทางถนน-รถไฟ-อากาศ เป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation Operation) ในการที่จะทำให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมการเคลื่อนย้ายและขนถ่ายสินค้าจากจุดต้นทางไปยังจุดปลายทางได้ดีขึ้น นอกจากนี้การขนส่งทางทะเลอาจมีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการค้าต่าง ๆ ต้องการระบบการขนส่งที่สามารถขนส่งสินค้าได้ครั้งละประมาณมาก ๆ เพื่อที่จะลดต้นทุนในการขนส่ง อย่างไรก็ดี โดยการขนส่งทางทะเล จะมีบทบาทต่อการเป็นศูนย์กลางขนส่งเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งระยะทางไกลระหว่างประเทศ ซึ่งมีท่าเรือริมฝั่งทะเลหรือในแม่น้ำ ซึ่งไม่ไกลจากทะเลมากนัก ประเทศที่จะได้ประโยชน์จากการขนส่งทางทะเลจะเป็นประเทศ ซึ่งมีที่ตั้งติดชายฝั่งทะเล (Rimland) และต้องมีท่าเรือขนาดใหญ่และมีปริมาณสินค้าที่มากเพียงพอที่เรือสินค้าขนาดใหญ่ จะมีความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ในการที่จะเข้ามาเทียบท่าเป็นประจำ โดยประเทศนั้นๆ จะต้องมีโครงสร้างคมนาคมขนส่งที่มาเชื่อมต่อกับท่าเรือและสามารถเชื่อมโยงกับเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ ประเทศต่างๆในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (ยกเว้นประเทศไทยและจีนตอนเหนือ) จะขาดปัจจัยดังกล่าว ทำให้รูปแบบการขนส่งทางถนนจะมีความเหมาะสมที่สุดในการเชื่อมโยงกับเมืองชั้นในของอนุภูมิภาค โดยอุปสรรคการขนส่งทางทะเลของไทยอยู่ตรงที่มีอัตราค่าต้นทุนการขนส่งทางทะเลของไทยยังสูงเมื่อเปรียบเทียบกับมาเลเซีย , สิงคโปร์ และฮ่องกง เนื่องจากประเทศไทยไม่มีกองเรือแห่งชาติ ทำให้ต้องพึ่งพากับบริษัทข้ามชาติ ซึ่งจะมีการรวมตัวกันเป็น Cartel (กลุ่มธุรกิจผูกขาด) ไม่สามารถต่อรองอัตราค่าระวางบรรทุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง กฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวกับการส่งออกและการดำเนินการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ขาดความคล่องตัว ไม่ครอบคลุมธุรกิจประเภท Freight Forwarder ซึ่งเป็นธุรกิจด้านขนส่งทางทะเลที่มีความเหมาะสมกับไทย ซึ่งไม่มีเรือเป็นของตนเอง อีกทั้ง กฎหมายและระเบียบปฏิบัติของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการเรือไทย อยู่ในกำกับและควบคุมของหลายกระทรวง หลายกรม และต้องใช้เอกสารจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาต่อการประกอบธุรกิจ เช่น การจดทะเบียนเรือไทย การนำเรือเข้า และออกจากท่าเรือ

Comments Off