Apr
28
2015

รูปแบบการขนส่งสินค้าทางเรือในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลง

รูปแบบการขนส่งสินค้าทางทะเลในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากบริษัทเดินเรือ ซึ่งเกือบ 90-95% เป็นของบริษัทข้ามชาติได้มีการปรับรูปแบบการให้บริการเป็นลักษณะ Intermodal Transport ที่เรียกว่า “เรือขึ้นบก” คือ ผสมผสานประเภทขนส่งเชื่อมต่อทางเรือร่วมกับ การขนส่งทางถนน-รถไฟ-อากาศ เป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transportation Operation) ในการที่จะทำให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมการเคลื่อนย้ายและขนถ่ายสินค้าจากจุดต้นทางไปยังจุดปลายทางได้ดีขึ้น นอกจากนี้การขนส่งทางทะเลอาจมีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการค้าต่าง ๆ ต้องการระบบการขนส่งที่สามารถขนส่งสินค้าได้ครั้งละประมาณมาก ๆ เพื่อที่จะลดต้นทุนในการขนส่ง อย่างไรก็ดี โดยการขนส่งทางทะเล จะมีบทบาทต่อการเป็นศูนย์กลางขนส่งเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งระยะทางไกลระหว่างประเทศ ซึ่งมีท่าเรือริมฝั่งทะเลหรือในแม่น้ำ ซึ่งไม่ไกลจากทะเลมากนัก ประเทศที่จะได้ประโยชน์จากการขนส่งทางทะเลจะเป็นประเทศ ซึ่งมีที่ตั้งติดชายฝั่งทะเล (Rimland) และต้องมีท่าเรือขนาดใหญ่และมีปริมาณสินค้าที่มากเพียงพอที่เรือสินค้าขนาดใหญ่ จะมีความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ในการที่จะเข้ามาเทียบท่าเป็นประจำ โดยประเทศนั้นๆ จะต้องมีโครงสร้างคมนาคมขนส่งที่มาเชื่อมต่อกับท่าเรือและสามารถเชื่อมโยงกับเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ ประเทศต่างๆในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (ยกเว้นประเทศไทยและจีนตอนเหนือ) จะขาดปัจจัยดังกล่าว ทำให้รูปแบบการขนส่งทางถนนจะมีความเหมาะสมที่สุดในการเชื่อมโยงกับเมืองชั้นในของอนุภูมิภาค โดยอุปสรรคการขนส่งทางทะเลของไทยอยู่ตรงที่มีอัตราค่าต้นทุนการขนส่งทางทะเลของไทยยังสูงเมื่อเปรียบเทียบกับมาเลเซีย , สิงคโปร์ และฮ่องกง เนื่องจากประเทศไทยไม่มีกองเรือแห่งชาติ ทำให้ต้องพึ่งพากับบริษัทข้ามชาติ ซึ่งจะมีการรวมตัวกันเป็น Cartel (กลุ่มธุรกิจผูกขาด) ไม่สามารถต่อรองอัตราค่าระวางบรรทุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง กฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวกับการส่งออกและการดำเนินการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ขาดความคล่องตัว ไม่ครอบคลุมธุรกิจประเภท Freight Forwarder ซึ่งเป็นธุรกิจด้านขนส่งทางทะเลที่มีความเหมาะสมกับไทย ซึ่งไม่มีเรือเป็นของตนเอง อีกทั้ง กฎหมายและระเบียบปฏิบัติของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการเรือไทย อยู่ในกำกับและควบคุมของหลายกระทรวง หลายกรม และต้องใช้เอกสารจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาต่อการประกอบธุรกิจ เช่น การจดทะเบียนเรือไทย การนำเรือเข้า และออกจากท่าเรือ

Comments Off
Mar
26
2015

การติดต่อทางเรือกับหมู่เกาะต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการทำธุรกิจ

1

จีนเริ่มติดต่อสัมพันธ์กับดินแดนแถบทะเลใต้ในสมัยราชวงศ์ฮั่น โดยเปิดให้มีการติดต่อทางเรือกับหมู่เกาะต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บันทึกของจีนในสมัยต่อมาระบุว่า จีนได้ส่งเรือมายังดินแดนทะเลใต้ในช่วงพุทธศักราช 427-433 และประเทศต่าง ๆ ในทะเลใต้ ก็ได้ส่งทูตไปยังจีน ในบันทึกดังกล่าวยังระบุว่า ชาวโรมันและอินเดียได้เข้ามาในภูมิภาคนี้ในช่วงปีพุทธศักราช 470-494 อย่างไรก็ตามในเอกสารอินเดียระบุว่า อินเดียรู้จักดินแดนแถบนี้ในชื่อของ สุวรรณภูมิ ซึ่งแปลว่า คาบสมุทรทองคำ มาเป็นเวลาร่วม 100 ปี ก่อนสมัยพุทธกาล โดยพ่อค้าชาวอินเดียแล่นเรือมาแถบตอนใต้ของพม่าและคาบสมุทรมลายูเพื่อค้นหาแหล่งแร่ทองคำและดีบุก ในสมัยต่อมาปรากฏหลักฐานว่าราวพุทธศักราช 143 พระเจ้าอโศก ได้ส่งนักเผยแพร่พุทธศาสนามายังแถบสุวรรณภูมิ สำหรับการเดินทางติดต่อค้าขายระหว่างจีนกับอินเดียในช่วง 400 ปี ก่อนพุทธศักราชนั้นได้ใช้เส้นทางบกผ่านตอนกลางของเอเชียแถบยูนนาน และตอนเหนือของพม่า บางครั้งก็ใช้เส้นทางแม่น้ำคงคาและพรหมบุตรเดินเรือ เชื่อมต่อจากมหาสมุทรอินเดียกับพื้นที่ทางตะวันตกของจีน  จนกระทั่งเมื่อจีนเปิดเส้นทางเดินเรือในย่านทะเลใต้ ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบคาบสมุทรมลายู เป็นศูนย์กลางการติดต่อซื้อขายสินค้าระหว่างจีนกับอินเดียและอีกหลาย ๆ ชาติในเวลาต่อมา

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 9 จีนผ่อนคลายความเข้มงวดในการครอบครองดินแดนพม่า โดยในปี พ.ศ. 885 ข้อตกลงในการครอบครองดินแดนพม่าก็ถูกยกเลิก เส้นทางการค้าระหว่างจีนกับอินเดียผ่านประเทศพม่าจึงถูกปิดลงเป็นเวลายาวนานกว่า 400 ปี นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การค้าผ่านเส้นทางข้ามคาบสมุทรจึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในเวลาต่อมา ประกอบกันในเวลาต่อมาการค้าทางเรือผ่านช่องแคบมะละกา ถูกอาณาจักรศรีวิชัย เข้าควบคุมอย่างเข้มงวดโดยบังคับให้เรือทุกลำต้องเข้าจอดที่ท่าเรือที่กำหนดเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีปัญหาโจรสลัดชุกชุมในช่องแคบมะละกา การเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาในยุคนั้นจึงเสื่อมความนิยมลงไป การเดินทางผ่านข้ามคาบสมุทรจึงได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ เมืองท่าบริเวณชายฝั่งบนคาบสมุทรภาคใต้มีความรุ่งเรืองเป็นอันมาก และมีเมืองอีกหลายเมืองเกิดขึ้นและเป็นเมืองค้าขายที่สำคัญในเวลาต่อมา เส้นทางข้ามคาบสมุทรที่มีหลักฐานโบราณคดีอายุเก่าแก่ไม่น้อยกว่า 3 เส้นทางทาง เส้นทางที่มีความสำคัญระยะต่อมา คือ เส้นทางกระบุรี-เขาสามแก้ว(ชุมพร) เส้นทางพังงา-อ่าวบ้านดอน เส้นทางกระบี่-นครศรีธรรมราชและอ่าวบ้านดอน เส้นทางตรัง-นครศรีธรรมราช และเส้นทางสตูล-สงขลา เส้นทางเหล่านี้คือ สะพานเศรษฐกิจ หรือ แลนด์บริดจ์ ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในภาคใต้ นั่นเอง

Comments Off
Feb
13
2015

วอนผู้ประกอบการเรือประมงยื่นรายชื่อแรงงานต่างด้าว

การขอความร่วมมือไปยังเจ้าของเรือประมงและผู้ประกอบการธุรกิจต่อเนื่องประมง ให้นำแรงงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่บนเรือประมง แพปลา ไปทำการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ เพราะทางการได้เปิดโอกาสให้แล้ว เพื่อทำให้แรงงานต่างด้าวถูกต้องตามกฎหมาย เวลาออกไปทำประมง เมื่อมีการตรวจจากทหารเรือก็ไม่ต้องไปกลัวถูกจับกุมเรื่องแรงงานเถื่อนอีกต่อไป ปัจจุบันยอดแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่มาจดทะเบียนแล้ว 15 วัน มี 6,825 คน มีแรงงานประมงมาขึ้นทะเบียนเพียง 697 คน จากยอดที่ตั้งเป้าไว้ 2 พันคน ได้ประสานไปยังสมาคมประมงให้รีบนำมาขึ้นทะเบียนก่อนที่จะหมดเขต โดยจะมีช่องทางพิเศษให้โดยไม่ต้องเข้าคิว เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องเวลาในการออกเรือ ซึ่งศูนย์บริการเปิดให้บริการเพื่อให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวมาทำการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

เพื่อให้ผู้ประกอบการเรือประมงมายื่นรายชื่อแรงงานต่างด้าวต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัด เพื่อที่กรมการจัดหางานจะได้นำข้อมูลมาวางแผนและบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในภาคประมงให้เป็นระบบและถูกต้องตามกฎหมาย โดยให้ยื่นรายชื่อแรงงานต่างด้าวได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่จดทะเบียนเรือประมงไว้ หรือจะไปยื่นรายชื่อต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดอื่นที่ไปเทียบท่าเรือก็ได้ แต่ต้องอยู่พื้นที่ใน 22 จังหวัด เนื่องจากเรือประมงบางส่วนอาจจะออกไปจับปลา ไม่ได้อยู่ในจังหวัดที่จดทะเบียน เนื่องจากปัญหาการพิสูจน์สัญชาติที่ไทยต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านที่แรงงานเข้ามาทำงานในไทยผิดกฎหมาย การย้ายงานบ่อย แม้ก่อนหน้านี้ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านไฟเขียวให้นายจ้างไทยยึดพาสปอร์ต เพื่อป้องกันปัญหานี้ แต่ก็ถูกองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ทักท้วงขอให้เลิก เพราะเข้าข่ายเป็นการค้ามนุษย์ ปัญหาการย้ายงานบ่อย เพราะมีการแย่งชิงแรงงานประมงที่ขาดแคลน จึงหลอกหลอนนายจ้างผู้เป็นเจ้าของเรือประมงไม่รู้จบ

ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้มีการเปิดศูนย์ประสานแรงงานประมงในการให้บริการจัดทำทะเบียนประวัติและสัญญาจ้าง รับแจ้งเรือเข้า-ออก อบรมให้ความรู้ รับแจ้งเปลี่ยนนายจ้าง ประสานการตรวจสอบ และรับแจ้งเหตุและส่งต่อ เพื่อรองรับการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเฉพาะกิจการประมงทะเลที่เปิดให้มีการขึ้นทะเบียนปีละ 2 ครั้งๆละ 3 เดือน และจากข้อมูลการมาขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา ใน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร ระยอง ตราด ระนอง ชุมพร สงขลา และสตูล ที่มีการตั้งศูนย์ฯ มีนายจ้าง 57 ราย มาขออนุญาตให้จ้างแรงงานต่างด้าว 1,858 ราย ได้รับรองสถานะแรงงานต่างด้าวเพื่อจัดทำทะเบียนประวัติ จำนวน 1,063 ราย และพิจารณาอนุญาตทำงาน แรงงานต่างด้าว 290 ราย ที่ทำงานกับนายจ้าง 15 ราย ถือว่ายังไม่เป็นที่น่าพอใจ

Comments Off
Jan
17
2015

ระบบการขนส่งทางเรือในการประกอบธุรกิจ

การขนส่งเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ย่อโลกให้เล็กลง ซึ่งได้ปฏิเสธกฏของธรรมชาติที่ว่าด้วยระยะทางและเวลาไปจากเดิม นับตั้งแต่โบราณกาลที่มนุษย์ออกเดินทางเื่พื่อการล่าสัตว์มาเป็นอาหาร การเดินทางไปมาหาสู่กัน มีการอพยพย้ายถิ่นฐาน มนุษย์ก็ได้เริ่มต้นจากการนำสัตว์มาเป็นพาหนะ เพื่อการเดินทางและขนส่งสิ่งของสัมภาระต่างๆ ตราบเท่าที่มนุษย์ยังค้นคิดวิวัฒนาการ รูปแบบของยานพาหนะก็จะยังคงพัฒนาต่อไป เพื่อให้ก้าวผ่านข้อจำกัดต่างๆ อันได้แก่ ถนนหนทางที่ทุรกันดาร ผืนน้ำกว้างใหญ่หรือท้องทะเล แม้แต่ท้องฟ้าหรือห้วงอวกาศ ล้วนเป็นบทพิสูจน์ว่ามนุษย์สามารถที่จะสร้างสิ่งประดิษฐ์ ที่เรียกว่า “ยานพาหนะ” ขึ้นมาท้าทายธรรมชาติได้ทุกเมื่อ และหากจะแบ่งกลุ่มของยานพาหนะตามลักษณะการใช้งานก็น่าจะจัดแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ๆ กล่าวคือ

– ยานพาหนะเพื่อขนส่งบุคคล และ
– ยานพาหนะเพื่อการขนส่งสิ่งของ หรือสินค้า

การขนส่ง ถูกจัดความสำคัญไว้เป็นลำดับต้นๆ ที่ช่วยสนับสนุนกิจการด้านต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จ ทั้งยังมีบทบาทเป็นดรรชนีชี้วัดความเจริญก้าวหน้าของประเทศได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้น การขนส่ง จึงมิใช่เรื่องของการพัฒนายานพาหนะ หรือการแข่งขันทางด้านยนตกรรมเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึง ระบบกระบวนวิธีการ ที่เรียกว่า ระบบการขนส่ง หรือกระบวนการบริหารจัดการทางด้านการขนส่งอย่างเป็นระบบ อาทิเช่น ในแง่การขนส่งบุคคล ก็จำเป็นต้องมี ระบบขนส่งมวลชน ที่มีประสิทธิภาพ ในแง่การขนส่งสินค้า ก็ยิ่งต้องใช้วิธีการทางโลจิสติกส์เข้ามาบูรณาการอย่างเป็นระบบ

การขนส่งสินค้า ในยุคเริ่มแรกของการขนส่งเพื่อการค้าขาย ก็อาจจะเป็นการขนส่งโดยใช้เป็นยานพาหนะเทียมเกวียณ ชักลากสิ่งของ หรือล้อเลื่อน โดยอาศัยแรงงานจากสัตว์ เช่น ช้าง ม้า ลา ล่อ อูฐ กวาง หรือแม้แต่ สุนัข เป็นต้น หลังจากนั้น ก็พัฒนาไปสู่ระบบราง เพื่อให้ขนส่งสินค้าได้จำนวนมากเท่าที่จะมากได้ และก้าวเข้าสู่ยุคของการเดินทางข้ามมหาสมุทร การขนส่งสินค้าทางเรือ จึงเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย และได้ก่อกำเนิดกฏกติกาว่าด้วยการขนส่งสินค้าทางทะเล (ทางน้ำ) ขึ้น และเป็นแม่บทของระบบการขนส่งสินค้าสมัยใหม่ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่โลกจะได้พัฒนาอุตสาหกรรมทางการบิน ไปสู่เชิงพาณิชย์ มีการสร้างเครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ เพื่อการลำเลียงสินค้าโดยเฉพาะที่เรียกว่า เครื่องบินบรรทุกสินค้า (Air Freighter) และการขนส่งสินค้า ก็ยังคงปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการไปอย่างต่อเนื่อง จากนวัตกรรมใหม่ๆ อันเป็นผลผลิตทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง

การขนส่งสินค้าทางน้ำหรือทางเรือ (Water Transportation) ถือได้ว่าเป็นรูปแบบการขนส่งที่เก่าแก่ที่สุด ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ด้วยคุณลักษณะเฉพาะของการขนส่งสินค้าทางน้ำหรือทางเรือที่เหมาะกับการขนส่งสินค้าที่มีปริมาณคราวละมากๆ น้ำหนักเยอะ และต้องการต้นทุนที่ต่ำ

การขนส่งสินค้าไม่ว่าจะเป็นในประเทศ หรือระหว่างประเทศ ต่างมีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นการขนส่งสินค้าทางน้ำหรือทางเรือนั้น แม้ว่าจะเป็นรูปแบบการขนส่งที่เหมาะกับทุกประเภทธุรกิจ แต่ในทางกลับกัน เวลา(Timing)ของการได้รับสินค้านั้น ย่อมใช้เวลามากตามไปด้วย ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนําเข้าและส่งออกสินค้าจึงควรศึกษาและทําความเข้าใจในองค์ประกอบ และขั้นตอนต่างๆก่อนการตัดสินใจ

Comments Off
Dec
04
2014

การขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างประเทศช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

นโยบายรัฐบาลปัจจุบันได้เน้นให้มีการขยายการส่งออกเพื่อสร้างเศรษฐกิจในประเทศให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนดังนั้น การส่งสินค้าออกทางเรือโดยเรือสินค้าทั่วไป จึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างมาก อาทิเช่น ข้าว น้ำตาล ปูนซีเมนต์ และสินแร่ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการส่งออกสินค้าจำนวนมากจะเป็นไปตามความต้องการของผู้ซื้อสินค้าในต่างประเทศ การซื้อขายสิน-ค้าดังกล่าวจะมีจำนวนเป็นหมื่นๆตัน ในแต่ละครั้ง และจะส่งมอบสินค้าในระยะเวลาตามที่ได้ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย การจัดหาเรือมาบรรทุกสินค้าโดยผู้ขายหรือผู้ซื้อจะขึ้นอยู่กับสัญญาการซื้อขาย

ปัจจุบันนี้ราคาเช่าเรือสินค้าทั่วไป (General Cargo Ship) จะมีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากเรือสินค้าดังกล่าวในตลาดโลกมีความต้องสูงโดยเฉพาะในแถบเอเซีย ประเทศจีนมีความต้องการเรือสินค้าเช้าเหมาลำเป็นจำนวนมากเพื่อบรรทุกสินค้ามาประเทศจีน ประเทศจีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา และยังจะจัดงานแสดงสินค้า Trade Expo ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าที่เมือง เซี่ยงไฮ้ ดังนั้น ประเทศจีนจึงต้องการวัสดุก่อสร้างเป็นจำนวนมากเช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ และอื่นๆ ในการก่อสร้างสนามกีฬา ถนน บ้านพักนักกีฬา และอื่นๆ ให้เพียงพอกับความต้องการของทั้งสองงานจีนต้องการที่จะแสดงให้ประเทศอื่นๆเห็นว่าจีนมีศักยภาพและความพร้อมในการจัดงานใหญ่ระดับสากล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กรับนักลงทุนในต่างประเทศให้มาลงทุนในจีนเพิ่ม่ขี้น

การขนส่งสินค้าโดยเรือคอนเทนเนอร์จะมีความสะดวกต่อผู้ส่งสินค้าและผู้รับสินค้าเนื่องจากตู้คอนเทนเนอร์สามารถป้องกันมิให้สินค้าได้รับความเสียหาย หรือสูญหาย ทั้งยังสามารถป้องกันมิให้สินค้าเปียกน้ำ หรือปนเปื้อนสิ่งสกปรกอื่นๆ ผู้ส่งสินค้าสามารถนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่ามาที่โรงงานเพื่อบรรจุสินค้าเข้าตู้โดยตรงจากโรงงานซึ่งผู้ส่งจะสามารถควบคุมการบรรจุสินค้าเข้าตู้อย่างระมัดระวังเพื่อมิให้สินค้าเสียหาย สินค้าในตู้คอนเทนเนอร์จะไม่ถูกเคลี่อนย้ายจนกว่าสินค้าจะถึงมือผู้รับสินค้าที่ปลายทาง

ตู้คอนเทนเนอร์ที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางมี 2 ขนาดคือ (1) ตู้ขนาดความยาว 20 ฟุต กว้าง 8 ฟุต สูง 8 ฟุต 6 นิ้ว บรรจุสินค้าน้ำหนักรวม 18 ตัน และมีพื้นที่บรรจุสินค้า 30 ลูกบาศก์เมตร (Cubic meter) และ(2) ตู้ขนาดความยาว 40 ฟุต กว้าว 8 ฟุต สูง 8 ฟุต 6 นิ้ว บรรจุสินค้าน้ำหนักรวม 26 ตัน และมีพื้นที่บรรจุสินค้า 65 ลูกบาศก์เมตร (Cubic meter) ผู้ส่งสินค้าหรือผู้รับสินค้สจะสามารถเลือกใช้ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ตามลักษณะสินค้าหรือความต้องการของตนเองเช่น เสื้อผ้า ข้าว อาหารกระป๋อง พลาสติก และอื่นๆ เป็นต้น ผู้ซื้อสินค้าจะนิยมซื้อสินค้าบรรจุเต็มตู้คอนเทนเนอร์เพราะมีความสะดวกที่สามารถลากตู้คอนเทนเนอร์ไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อส่งสินค้าให้กับผู้รับซึ่งจะประหยัดค่าแรงในการขนสินค้าลงจากรถและยังสามารถประหยัดค่าเช่าโกดังในการเก็บสินค้า ผู้ซื้อจะส่งสินค้าให้กับผู้รับทันที เมือสินค้ามาถึงเมืองท่าปลายทาง ดังนั้นการขนส่งสินค้าในระบบตู้คอนเทนเนอร์จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตลาดคาดคะเนว่าการขนส่งสินค้าระบบตู้คอนเทนเนอร์จะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 7-10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

Comments Off