Nov
17
2014

ธุรกิจให้บริการการขนส่งสินค้าทางทะเล

การขนส่งสำหรับการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางโลจิสติกส์ ภาครัฐให้การสนับสนุนการพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อให้เอกชนสามารถบริหารจัดการสินค้าตลอดกระบวนการทั้งการนำเข้าและส่งออกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเป็นการส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันสำหรับการค้าระหว่างประเทศ การบริการที่ผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเสนอให้บริการแก่เจ้าของสินค้ามีตั้งแต่การจัดการเกี่ยวกับเส้นทางการส่งสินค้า เช่น การจองระวางเรือให้แก่เจ้าของสินค้า หรือการดำเนินการพิธีการศุลกากร การให้บริการบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการจัดการทางด้านการขนส่งครบวงจร และกระบวนการจำแนกแจกจ่ายสินค้าไปยังที่ต่างๆ การจำแนกรูปแบบของการขนส่งสินค้าทางทะเลตามลักษณะของการให้บริการ

ธุรกิจให้บริการการขนส่งสินค้าทางทะเลในปัจจุบัน สามารถแบ่งประเภทตามลักษณะการให้บริการได้เป็น 2 กลุ่มดังต่อไปนี้คือ

เรือประจำเส้นทาง (Liner)


ธุรกิจเรือประจำเส้นทาง (Liners)
หมายถึง รูปแบบการให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลที่มีเส้นทางในการเดินเรือและกำหนดการเทียบท่าเรือแต่ละแห่งที่แน่นอนเหมือนเช่นการให้บริการประจำทาง ผู้ให้บริการขนส่งมีการกำหนดความถี่ในการเดินเรือและการเข้าเทียบท่าอย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่น ให้บริการในเส้นทางแหลมฉบัง-ฮ่องกง-โยโกฮามา โดยกำหนดเทียบท่าสเรือแหลมฉบังทุกวันอังคาร หรือให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ สิงคโปร์ กำหนดเทียบท่าเรือกรุงเทพทุกวันพุธและวันอาทิตย์ เป็นต้น

การให้บริการในธุรกิจเรือประจำเส้นทาง ผู้ให้บริการจำเป็นต้องมีการจัดเตรียมเรือสินค้าในจำนวนที่สอดคล้องกับระยะเวลาในการเดินเรือ ความถี่ในการให้บริการ และปริมาณสินค้าภายในเส้นทาง โดยผู้ให้บริการจะเปิดรับสินค้าจากผู้ส่งสินค้า (Shippers) จำนวนมากในการขนส่งแต่ละเที่ยวเรือ

เรือจร (Tramp)

ประเภทของการขนส่งสินค้าทางทะเลรูปแบบต่อมาคือ เรือจร (Tramp) ซึ่งเป็นธุรกิจการรับจ้างเหมาลำ ซึ่งลักษณะการให้บริการแบบเรือจรนั้น เรือขนส่งสินค้าจะวิ่งให้บริการระหว่างท่าเรือต้นทางปลายทางตามคำสั่งของผู้เช่าเรือ (Charterer) โดยจะไม่มีเส้นทางประจำตายตัวแน่นอน มีลักษณะเหมือนเช่นการให้บริการของรถโดยสารไม่ประจำทาง (Taxi) โดยมีการทำสัญญาในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การเช่าเรือแบบรายเที่ยว (Voyage Charter) การเช่าเรือแบบมีกำหนดระยะเวลา (Time Charter) หรือตามเงื่อนไขที่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น

การให้บริการธุรกิจเรือจรนั้น ผู้ใช้บริการในตลาดเช่าเหมาเรือโดยส่วนมากเป็นผู้ส่งสินค้ารายใหญ่ หากเจ้าของเรือและผู้ต้องการใช้บริการมีความมักคุ้น หรืเคยใช้บริการกันมาก่อนหน้า อาจจะดำเนินการเช่าเรือได้โดยตรง หมายถึงการติดต่อกันเองระหว่างเจ้าของเรือและเจ้าของสินค้า เพื่อตกลงจัดทำสัญญาขนส่ง

ในทางตรงกันข้าม ในกรณีที่เจ้าของเรือและเจ้าของสินค้าไม่รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน และไม่ทราบข้อมูลของตลาดในขณะที่ต้องการเช่าเรือหรือมีระวางสำหรับการขนส่ง เจ้าของเรือและเจ้าของสินค้าจะดำเนินการติดต่อเพื่อเช่าเรือผ่านนายหน้า (Broker) ในตลาดเช่าเหมาเรือ (Chartering Market) โดยเจ้าของเรือจะเสนอข้อมูลรายละเอียดและสถานะของเรือเข้าสู่ตลาด ในขณะที่ผู้ที่มีความต้องการใช้บริการขนส่งสินค้าจะแจ้งข้อมูลประเภทและสินค้า ตลอดจนเส้นทางในการขนส่งเข้าสู่ตลาด และนายหน้าจะเป็นคนประสานงานเพื่อให้ความต้องการของทั้งสองฝ่ายบรรลุผลในที่สุด

โดนสรุป การเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศจำเป็นต้องพิจารณาใน 2 ประการคือ ลักษณะและปริมาณสินค้า เพื่อให้สามารถคัดเลือกรูปแบบการให้บริการขนส่งทางทะเลได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งแม้ว่าการใช้บริการในอุตสหกรรมเรือประจำเส้นทางจะได้รับความนิยมจากผู้ส่งสินค้ารายย่อยโดยส่วนใหญ่ เนื่องจากการใช้บริการมีความสะดวกและเหมาะสมกับปริมาณสินค้าที่ขนส่ง แต่ผู้ส่งออกที่เป็นภาคอุตสหกรรมหรือธุรกิจการเกษตรขนาดใหญ่จะยังคงนิยมใช้บริการในตลาดเรือจร เนื่องจากข้อได้เปรียบในด้านปริมาณขนส่งและต้นทุนการขนส่งต่อหน่วยที่ต่ำกว่า

Comments Off
Oct
30
2014

การส่งออกทางเรือช่วยลดต้นทุนในการขนส่งได้มากที่สุด

การขนส่งในไทยมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น

จากการสนับสนุนของภาคการส่งออก การขนส่งทางเรือในปีที่ผ่านมา เริ่มมีการฟื้นตัว แต่ก็ยังมีศักยภาพไม่เพียงพอ เนื่องจากปัจจัยทางด้านธุรกิจที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของอุตสาหกรรมที่อยู่ในช่วงการฟื้นฟูของเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา ทำให้การส่งออกของไทยยังมีผลกระทบอยู่ ธุรกิจของไทยในปัจจุบันมีการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เนื่องจากความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้แต่ละองค์กรต้องหาวิธีการจัดการเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อช่วยในกระบวนการผลิตและการบริการ เพื่อให้ได้เปรียบในด้านการแข่งขัน ในเรื่องของการขนส่งในหลายๆองค์กรให้ความสำคัญมาก

การขนส่งทางน้ำเป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะสามารถขนส่งได้ครั้งละมากๆ และต้นทุนในการขนส่งยังต่ำอีกด้วย แต่การขนส่งทางน้ำใช่ว่าจะมีข้อดีเสมอไป ยังมีข้อเสียที่หลายๆองค์กรยังต้องพิจารณา เพื่อนำมาเปรียบเทียบก่อนการขนส่ง แม้การขนส่งทางเรือจะไม่มีการเติบโตมากนัก แต่ผู้ประกอบการบางรายได้เตรียมความพร้อมรับมือเศรษฐกิจ AEC  ในปี 2558 อย่างต่อเนื่อง เช่น การซื้อเรือมากขึ้น การปรับขนาดของเรือเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้นด้วย

ในปัจจุบันการขนส่งทางเรือเป็นรูปแบบการขนส่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการขนส่งแบบอื่นๆ ซึ่งการขนส่งแต่ละครั้งนั้นสามารถขนได้ที่ละมากๆหากเปรียบเทียบการขนส่งด้วยวิธีอื่นๆในปริมาณที่เท่าๆกัน ต้นทุนการขนส่งแต่ละครั้งนั้นสามารถลดลงไปได้ถึง 30 เปอร์เซ็น ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาใช้บริการการขนส่งทางเรือมากขึ้น นอกจากต้นทุนที่ลดน้อยลงแล้วการขนส่งทางเรือยังมีข้อดีอีกมากมาย

อย่างไรก็ตามถึงแม้การขนส่งทางเรือจะใช้ต้นทุนที่ต่ำ แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องคำนึงด้วย นั่นคือเรื่องของระยะเวลาในการเดินทางของสินค้าที่มีความล่าช้าและไม่แน่นอน สินค้าอาจมีการเน่าเสีย ทำให้มีข้อจำกัดของประเภทสินค้าที่จะขนส่งทางเรือ นอกจากนี้ต้องดูด้วยว่าเรือที่ขนส่งสินค้าสามารถเทียบท่าได้หรือไม่ ผู้ระกอบการต้องคำนึงถึงประเด็นต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการขนส่งที่อาจส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย

Comments Off
Sep
06
2014

ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลมีความสำคัญกับประเทศไทยมาก

การขนส่งสินค้าทางทะเล เป็นส่วนประกอบที่สําคัญส่วนหนึ่งของ ระบบการค้าระหว่างประเทศ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต เพราะเป็นเพียงการขนส่งชนิดเดียวที่ขนสินค้าได้คราวละมากๆ และค่าระวางมีราคาถูกกว่าการขนส่งในรูปแบบอื่น ๆ ประเทศไทยพัฒนาประเทศโดยอาศัยการค้าระหว่างประเทศมาโดยตลอด มีการนําเข้าและส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีมูลค่ามากกว่าร้อยละ 80 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) การขนส่งสินค้าทั้งขาเข้าและขาออกของไทยเป็นการขนส่งทางทะเลเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการขนส่งสินค้าทางทะเลจึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการแข่งขันทางการค้าในตลาดโลก

การขนส่งทางทะเลของไทยถ้าเทียบกับการขนส่งภายในประเทศจะเป็นประมาณ 4.6% แต่หากเป็นการขนส่งระหว่างประเทศแล้ว ปริมาณสินค้าที่ขนส่งทางทะเลจะเป็นร้อยละ 91-96 ดังนั้น การขนส่งสินค้าทางมหาสมุทรหรือทางทะเล จึงเป็นการขนส่งที่ได้รับการนิยมเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ถูกที่สุดสามารถขนส่งสินค้าได้คราวละมากๆ จึงทำให้มีต้นทุนด้านเชื้อเพลิงประมาณ 1 ลิตร ขนส่งสินค้าได้ประมาณ 217 เมตริกตัน ขณะที่การขนส่งทางถนนน้ำมัน 1 ลิตร จะขนสินค้าได้ 25.5 เมตริกตัน และการขนส่งทางรถไฟจะเป็น 87.5 เมตริกตัน ดังนั้น การขนส่งทางทะเล จึงจัดเป็นประเภทการขนส่ง ซึ่งมีต้นทุนต่ำที่สุด แต่ข้อเสียของการขนส่งทางทะเล ก็คือ จะมีความล่าช้าที่เกิดจากต้องได้รับการขนถ่ายตามท่าเรือที่ได้มีการกำหนดไว้ ที่เรียกว่า Place to Place  และข้อจำกัดในเรื่องของความเร็วและสภาพภูมิศาสตร์ในแต่ละฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดจากลมพายุ , กระแสน้ำ และทะเลที่เป็นน้ำแข็ง ก็ล้วนแต่มีเป็นอุปสรรคในการขนส่งทางทะเล การขนส่งสินค้าทางทะเล  เป็นระบบการขนส่งที่มีความสำคัญอีกระบบหนึ่งในประเทศไทย  เนื่องจากมีความสำคัญต่อระบบการค้าระหว่างประเทศ  ทั้งในอดีต  ปัจจุบัน  และในอนาคต  เพราะว่าการขนส่งทางทะเลใช้เส้นทางตามธรรมชาติที่ไม่เสียค่าก่อสร้าง  และสามารถขนส่งสินค้าได้คราวละมาก ๆ  ในปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ถูกพัฒนาควบคู่ไปกับการค้าระหว่างประเทศที่กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและการค้าของประเทศไทยใช้การขนส่งทางทะเลเป็นหลัก

รูปแบบการขนส่งสินค้าทางทะเลในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากบริษัทเดินเรือ ซึ่งเกือบ 90-95% เป็นของบริษัทข้ามชาติได้มีการปรับรูปแบบการให้บริการเป็นลักษณะ Intermodal Transport  ที่เรียกว่า “เรือขึ้นบก” คือ ผสมผสานประเภทขนส่งเชื่อมต่อทางเรือร่วมกับ การขนส่งทางถนน-รถไฟ-อากาศ เป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ในการที่จะทำให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมการเคลื่อนย้ายและขนถ่ายสินค้าจากจุดต้นทางไปยังจุดปลายทางได้ดีขึ้น  นอกจากนี้การขนส่งทางทะเลอาจมีบทบาทมากขึ้น  เนื่องจากผู้ประกอบการค้าต่าง ๆ  ต้องการระบบการขนส่งที่สามารถขนส่งสินค้าได้ครั้งละประมาณมาก ๆ  เพื่อที่จะลดต้นทุนในการขนส่ง โดยการขนส่งทางทะเล จะมีบทบาทต่อการเป็นศูนย์กลางขนส่งเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งระยะทางไกลระหว่างประเทศ ซึ่งมีท่าเรือริมฝั่งทะเลหรือในแม่น้ำ ซึ่งไม่ไกลจากทะเลมากนัก ประเทศที่จะได้ประโยชน์จากการขนส่งทางทะเลจะเป็นประเทศ ซึ่งมีที่ตั้งติดชายฝั่งทะเล (Rimland) และต้องมีท่าเรือขนาดใหญ่และมีปริมาณสินค้าที่มากเพียงพอที่เรือสินค้าขนาดใหญ่ จะมีความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ในการที่จะเข้ามาเทียบท่าเป็นประจำ โดยประเทศนั้นๆ จะต้องมีโครงสร้างคมนาคมขนส่งที่มาเชื่อมต่อกับท่าเรือและสามารถเชื่อมโยงกับเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน

Comments Off
Aug
28
2014

ธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือ

การเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงการค้าระหว่างประเทศ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการขยายตัวของธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเล วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเป็นวงกว้าง ทำให้ความต้องการขนส่งสินค้าหดตัว ในขณะที่ปริมาณเรือมีอยู่เป็นจำนวนมาก กดดันอัตราค่าขนส่งสินค้าให้อยู่ในระดับต่ำ ในปีนี้ธุรกิจขนส่งทางทะเลยังต้องเผชิญกับความท้าทายอยู่ แต่เริ่มมีโอกาสฟื้นตัวอย่างช้าๆ ตามเศรษฐกิจโลกในปีหน้า ในช่วงเวลานี้ ทั้งผู้ให้บริการขนส่ง และผู้ส่งสินค้าทางทะเล อย่างผู้นำเข้าส่งออก ควรคว้าโอกาสทองเพื่อเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจ

การเติบโตของธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเล มีวัฎจักรเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกับสภาพเศรษฐกิจโลก การขนส่งทางทะเลมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบการค้าระหว่างประเทศ เพราะเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีราคาถูกที่สุด และสามารถขนส่งสินค้าได้ครั้งละจำนวนมาก ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเติบโตดี ความต้องการบริโภคและกำลังซื้ออยู่ในระดับสูง ทำให้การนำเข้าส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ เกิดการขยายตัว เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะบริษัทสายเรือที่ให้บริการขนส่งสินค้า ดังเช่นในช่วงปี 2007 ที่เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น กอปรกับจีนมีการนำเข้าแร่เหล็ก ถ่านหิน ปริมาณมหาศาล เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการต่างๆ รองรับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคในปี 2008 ทำให้ operating margin ของธุรกิจโดยเฉลี่ยสูงถึง 27% เมื่อบริษัทต่างๆ มีกำไรดีจึงขยายการลงทุนโดยสั่งต่อเรือใหม่จำนวนมาก ซึ่งต้องใช้เวลา 2-3 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ ในปี 2009 เมื่อเรือออกมาสู่ตลาดจำนวนมาก ประจวบเหมาะกับเศรษฐกิจโลกตกต่ำจากวิกฤติซับไพร์มในสหรัฐฯ ต่อเนื่องมาจนถึงวิกฤติหนี้สาธารณะในยุโรป การนำเข้าส่งออกจึงหดตัวอย่างรุนแรง ทำให้ operating margin ของธุรกิจเฉลี่ยตกลงเหลือ 6.6% ในปี 2012

ปริมาณเรือที่มีมาก แต่ความต้องการขนส่งสินค้ามีน้อย กดดันอัตราค่าขนส่งทางทะเลให้อยู่ในระดับต่ำ เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในปัจจุบัน ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งสินค้าใน trade lanes หลักลดลงอย่างมาก เช่น เส้นทาง trans-Pacific, trans-Atlantic และ Asia-Europe ในขณะที่ปริมาณเรือมีอยู่ล้นตลาดทำให้ผู้ประกอบการต้องจอดเรือทิ้งสมอไว้ ปลดระวางเรือเก่า หรือเลื่อนเวลาการส่งมอบเรือที่เคยสั่งซื้อไว้ออกไป เพื่อดูดซับกำลังบรรทุกส่วนเกิน นอกจากนี้ บริษัทสายเรือยังใช้กลยุทธ์การเดินเรือด้วยความเร็วต่ำ หรือที่เรียกว่า slow steaming เพราะนอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันได้เฉลี่ย 100 เหรียญสหรัฐฯ/20 ฟุตคอนเทนเนอร์ (TEU) แล้ว การที่เรือวิ่งช้าลง ทำให้มีสินค้าคงคลังรอการขนส่งที่ท่าเรือเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้ปริมาณการขนส่งสินค้าต่อลำสูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาปริมาณเรือยังคงมีมากเกินกว่าความต้องการขนส่งสินค้า ส่งผลต่ออัตราค่าขนส่งปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น Baltic Dry Index (BDI) ที่สะท้อนถึงอัตราค่าระวางของเรือเทกอง ตกต่ำที่สุดในรอบทศวรรษ โดยในปี 2012 BDI มีค่าเฉลี่ยเพียง 995 จากที่เคยขึ้นไปสูงสุดถึง 7,070 โดยเฉลี่ยในปี 2007 กระทบต่อรายได้ของผู้ให้บริการขนส่งทางเรืออย่างมาก

ธุรกิจขนส่งทางทะเลเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว จากปัจจัยด้านอุปสงค์ที่มีความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นในจีน และสหรัฐฯ IMF คาดการณ์การเติบโตของปริมาณการค้าโลก ปี 2013 และ 2014 อยู่ที่ระดับ 3.8% และ 5.5% ตามลำดับ สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศมหาอำนาจทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น ส่งผลให้ภาคการผลิตและภาคการค้ามีแนวโน้มกลับมาสดใสอีกครั้ง เป็นปัจจัยเชิงบวกต่อธุรกิจนี้เนื่องจากสินค้ากว่า 90% ของปริมาณการค้าโลกถูกขนส่งทางทะเล ทั้งนี้ เริ่มเห็นสัญญาณความต้องการขนส่งสินค้าทั้งในจีน และสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีปริมาณการค้ามากที่สุดในโลก โดยเฉพาะจีนซึ่งมีการขนส่งทางทะเลทั้งขาไปและกลับคิดเป็นสัดส่วนเกินครึ่งของปริมาณทั้งหมด จะเป็นแรงหนุนให้ธุรกิจเริ่มฟื้นตัว

Comments Off
Jul
30
2014

ธุรกิจการท่องเที่ยวทางเรือในปัจจุบัน

elysevanfleet
ธุรกิจเรือสำราญเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวอีกประเภทหนึ่งที่เป็นตัวผลักดันให้การท่องเที่ยวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน สำหรับในประเทศไทยนั้นธุรกิจเรือสำราญอาจจะเป็นการตอบสนองนักท่องเที่ยวเพียงบางกลุ่มที่ค่อนข้างมีฐานะ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวค่อนข้างแพงสำหรับประชาชนทั่วไป แต่สำหรับต่างประเทศการทำธุรกิจเรือสำราญเป็นอีกธุรกิจหนึ่งของการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของธุรกิจเรือสำราญคือการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารที่เดินทางโดยเรือสำราญกันมากขึ้น

ประเภทของการเดินเรือที่น่าสนใจ

รูปแบบการท่องเที่ยวทางเรือก็เป็นอย่างหนึ่งที่สามารถสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มชื่นชอบเป็นอย่างมาก จึงทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวทางเรือสามารถที่จะตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้อย่างหลากหลาย ดังนี้

World Cruise เป็นการเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก เหมาะการพักผ่อนสำหรับท่านที่มีเวลา และความสามารถที่จะเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากได้ ซึ่งการบริการจะเป็นแบบส่วนตัว อาหารจะเป็นอาหารอย่างดี ค่าใช้จ่ายของการเดินทางสูงมาก

Theme Cruises / special- interest Cruise เป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆที่เป็นความสนใจเฉพาะ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไป เช่น เพื่อการสันทนาการพักผ่อน เพื่อความบันเทิง เพื่อการศึกษา เพื่อมุ่งเน้นด้านสุขภาพ เพื่อมุ่งเน้นกิจกรรมที่เป็นงานอดิเรก

Freighter Cruise เป็นเรือบรรทุกสินค้าที่จัดบริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกทางเลือกของนักเดินทางที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวาย ในส่วนของราคาจะอยู่ในระดับปานกลาง

River Cruise เป็นการนำนักท่องเที่ยวไปชื่นชมกับบรรยากาศของเรือตามสถานที่ต่างๆ

Yacht Charter เป็นการเดินทางด้วยเรือยอร์ช ไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวเช่า โดยการเดินทางท่องเที่ยวได้ตามความต้องการ

Point -to – Point Crossing เป็นเรือข้ามฟากที่มีไว้สำหรับบริการแก่นักเดินทางที่ต้องการเดินทางระยะไกล ซึ่งสามารถตอบสนองแก่นักเดินทางที่ไม่ชอบการเดินทางด้วยเครื่องบินเพราะค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่าการเดินทางโดยเครื่องบิน

ดังนั้นธุรกิจการท่องเที่ยวทางเรือนับว่าเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีความเจริญเติบโตเป็นอย่างมากสำหรับต่างประเทศ เพราะประชากรทั่วโลกให้ความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจเพิ่มขึ้น ทำให้มีแนวโน้มในด้านผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวหันทำธุรกิจเรือสำราญเพิ่มขึ้นและมีการเดินเรือในเส้นทางใหม่ๆเกิดขึ้นด้วย

Comments Off